ทำไมคนไทยมีลูกน้อยลง? ชวนคุยเศรษฐศาสตร์ของการ ‘ไม่มีลูก’ ในมุม ‘รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ’

เศรษฐศาสตร์

ทำไมคนไทยมีลูกน้อยลง? ชวนคุยเศรษฐศาสตร์ของการ ‘ไม่มีลูก’ ในมุม ‘รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ’

ในวันที่คนไทยเกิดน้อยจนรัฐต้องรณรงค์ปั๊มลูก ชวนคุยมุม “เศรษฐศาสตร์” กับ “รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ” พร้อมหาคำตอบที่ว่าทำไมคนไทยยุคนี้ถึง “ไม่อยากมีลูก” นโยบาย “นัดเดต” จากภาครัฐ ที่ไม่เคยมีมาก่อนหวังกระตุ้นคนไทยให้มีลูกเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าอัตราการเกิดของไทย ต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น สถานการณ์เด็กเกิดใหม่ของประเทศไทยขณะนี้ต่ำกว่า 600,000 รายต่อปี ขณะที่สถิติองค์การอนามัยโลก (WHO) และธนาคารโลก ระบุว่า อัตราการเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rates-TFR) หรือจำนวนบุตรโดยเฉลี่ยที่สตรีวัยเจริญพันธุ์คนหนึ่งจะมีได้ตลอดวัยเจริญพันธุ์ควรอยู่ที่ 2.1 คน แต่อัตราการเจริญพันธุ์รวมของไทย อยู่ที่ 1.51 คน ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหา 2 เรื่องคือ

1) เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
2) ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ซึ่งประเทศไทยกำลังเข้าสู่ปัญหาแล้ว

สำนักอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย รายงานสถานการณ์การเกิดของประชากรไทย ที่อัตราการเกิดน้อยลงสะท้อนจากสถิติต่างๆ พบว่า คนไทยอยากเป็นโสดมากขึ้น ไม่ต้องการมีลูกหรืออยากมีน้อยลง กังวลกับภาระค่าใช้จ่าย ห่วงเรื่องสมดุลระหว่างการงานและครอบครัว ต้องดูแลคนในครอบครัว รวมถึงภาวะมีบุตรยาก  “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” ชวนมองลึกเข้าไปในมิติทาง “เศรษฐศาสตร์” ชวนคุย “รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ” อาจารย์ภาควิชาการธนาคาร และการเงินคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ 4 ข้อแตกต่างหลักๆ ที่ “เศรษฐศาสตร์” อธิบายได้ว่าสาเหตุที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูกเยอะๆ เหมือนคนรุ่นก่อน